1. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งและระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่
-
สำเร็จ ป.ตรี ดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำ/อาจารย์พิเศษและได้ปฏิบัติหน้าที่ไม่น้อยกว่า 9 ปี
-
สำเร็จ ป.โท ดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำ/อาจารย์พิเศษและได้ปฏิบัติหน้าที่ไม่น้อยกว่า 5 ปี
-
สำเร็จ ป.เอก ดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำ/อาจารย์พิเศษและได้ปฏิบัติหน้าที่ไม่น้อยกว่า 2 ปี
-- คำแนะนำเพิ่มเติม
-
ระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ประจำ/อาจารย์พิเศษหมายถึงวันที่เข้าปฏิบัติงานสอนในมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
-
กรณีที่เคยดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนอื่นหรือ
สถาบันในต่างประเทศที่สำนักงานข้าราชการพลเรือนรับรอง (ก.พ. รับรอง) และได้สอนประจำวิชาใดวิชาหนึ่ง เมื่อ
ได้รับการแต่งตั้งเป็นอาจารย์ประจำในมหาวิทยาลัยกรุงเทพแล้วสามารถนำระยะเวลาระหว่างเป็นอาจารย์ประจำนั้น
มารวมเป็นเวลาในการเสนอขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการ โดยคำนวณเวลาทำการสอนดังกล่าวได้เต็มเวลา -
กรณีที่เคยดำรงตำแหน่งอาจารย์พิเศษในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนอื่นหรือ
สถาบันในต่างประเทศที่สำนักงานข้าราชการพลเรือนรับรอง (ก.พ. รับรอง) และได้สอนประจำวิชาใดวิชาหนึ่ง ซึ่ง
เทียบค่าได้ไม่น้อยกว่าสองหน่วยกิตตามระบบทวิภาค เมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นอาจารย์ประจำในมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
แล้ว สามารถนำระยะเวลาระหว่างเป็นอาจารย์พิเศษนั้นมารวมเป็นเวลาในการเสนอขอตำแหน่งทางวิชาการ โดย
คำนวณเวลาทำการสอนดังกล่าวได้สามในสี่ของเวลาที่ทำการสอน -
การระบุสาขาวิชาที่เสนอขอตำแหน่งทางวิชาการขอให้พิจารณาจากวิชาที่ได้รับมอบหมายให้ทำการสอนและ
ผลงานทางวิชาการที่ทำขึ้น เพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอนในวิชานั้นๆ มิใช่เสนอขอตามคณะหรือภาควิชาที่สังกัด -
ในกรณีที่อาจารย์ได้รับวุฒิเพิ่มขึ้น ให้นับเวลาทำการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอาจารย์ประจำก่อนและหลังได้รับ
วุฒิเพิ่มขึ้นรวมกัน เพื่อขอตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ได้ตามอัตราส่วนของระยะเวลาที่กำหนดไว้ในเบื้องต้น
2. ผลการสอน
มีชั่วโมงสอนประจำที่กำหนดไว้ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรณีคณาจารย์พิเศษต้องเป็นวิชาในหมวดเฉพาะ
ได้แก่ วิชาแกน วิชาเฉพาะด้าน วิชาพื้นฐานวิชาชีพ และวิชาชีพ) และมีความชำนาญในการสอน โดยเสนอเอกสารประกอบ
กาีรสอนไม่น้อยกว่า 1 รายวิชา ที่มีคุณภาพดี และได้ใช้ประกอบการสอนมาแล้วอย่างน้อย 1 ภาคการศึกษา
3. ผลงานทางวิชาการ
-
ผลงานวิจัยซึ่งมีคุณภาพดี และได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่มาแล้ว ทั้งนี้ไม่นับงานวิจัยที่ทำเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา
เพื่อรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรใดๆ หรือ -
ผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นซึ่งมีคุณภาพดี เช่น สิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ ฯลฯ และ
-
งานแต่ง หรือเรียบเรียง ตำรา หนังสือหรือบทความทางวิชาการซึ่งมีคุณภาพดี และได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่มาแล้ว
(กรณีที่เป็นหนังสือหรือตำราต้องได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่มาอย่างน้อย 1 ภาคการศึกษา ก่อนนำเสนอ) (ดูรายละเอียด
คำจำกัดความผลงานทางวิชาการ และ การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ)
-- คำแนะนำเพิ่มเติม
-
ผลงานทางวิชาการที่มีผู้แต่งหรือผู้ดำเนินการวิจัยหลายท่าน ต้องแนบแบบแสดงหลักฐานการมีส่วนร่วมในผลงานวิชาการ
(ดูรายละเอียด ลักษณะการมีส่วนร่วมในผลงานทางวิชาการ) -
งานแปลหนังสือ ต้องแนบหนังสือรับรองลิขสิทธิ์การแปลจากผู้แต่งต้นฉบับ





